สบู่ออร์แกนิค หรือจะไม่ออร์แกนิคดี

organic seal

ในช่วงปี พ.ศ. นี้อะไรๆก็ต้องมาจากธรรมชาติ และเป็นพวกอินทรีย์สีเขียว ซึ่งเป็นกระแสของการรักสุขภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตและสุขภาพที่ดีของทุกๆคน เดิมทีคิดว่าคำว่าออร์แกนิคนี้จะใช้อยู่แต่ในแวดวงเกษตรและอาหาร ปัจจุบันนี้ในแวดวงเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ถนอมผิวกาย ก็ฮิตและติดนิยมไปกับเขาด้วย ดังนั้นเราจะเห็น สบู่ออร์แกนิค ครีมออร์แกนิค โลชั่นออร์แกนิค บางรายถึงกับได้รับการรับรองจาก USDA ของอเมริกากันเลย บางรายก็เขียนใส่เลยฉันออร์แกนิค ไม่ต้องมีใครมารับรอง ผู้บริโภคก็สังเกตุกันดีๆก็แล้วกัน

อย่างไรถึงจะเรียก สบู่ออร์แกนิค ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ และเครื่องสำอางออร์แกนิค

ในตลาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ถนอมผิวและทำความสะอาดผิวต่างๆ ขณะนี้มีการโฆษณาว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็นออร์แกนิคหรือผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ผู้บริโภคควรจะสังเกตุอย่างไร เพราะกฎหมายยังไม่การควบคุมเรื่องผลิตภัณฑ์อินทรีย์ บางครั้งผู้ประกอบการก็แค่แอบอ้างว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค หรืออินทรีย์  ดังนั้นจึงต้องมีหน่วยงานขึ้นมารับรองมาตรฐาน ในประเทศไทยก็มี สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. เป็นหน่วยงานของมูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร ที่จดทะเบียนในประเทศไทย

มกท. ได้รับการรับรองระบบงานและการยอมรับมาตรฐานและการตรวจรับรองทั้งจากองค์กรในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่
1. ระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM (IFOAM Accreditation Program) จาก International Organic Accreditation Service (IOAS) ในปี พ.ศ. 2544
2. ระบบงานเกษตรอินทรีย์ไทยจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี พ.ศ. 2548
3. ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับหน่วยรับรองระบบสินค้า (ISO Gudie 65) จาก IOAS ในปี พ.ศ. 2548
4. ระบบอินทรีย์แคนาดา (Canadian Organic Regime – COR) จาก Canadian Food Inspection Agency (CFIA) ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552
5. ขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์โดยสหภาพยุโรป ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554
6. ขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์โดยรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555

ซึ่งผลิตภัณฑ์ถนอมผิว เครืองสำอางและสบู่ จะขอในกลุ่มผู้ประกอบการจัดการและการแปรรูป คือนำผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์มาแปรรูปหรือเป็นส่วนผสม โดยมีหลักการเบื้องต้นดังนี้

banner-overlay-youtube-detox-soap

หลักการทั่วไปคือ

การจัดการและกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ อินทรีย์จะต้องเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติที่ดี (Good Manufacturing Practice) ถูกสุขลักษณะ และคํานึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ใช้การจัดการและกระบวนการผลิตที่รักษาคุณค่าของวัตถุดิบไว้ให้ได้มากที่สุด ใช้พลังงานน้อย และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

วัตถุดิบส่วนผสมและสารปรุงแต่ง แบ่งเป็น 3 ระดับตามปริมาณวัตถุดิบอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐาน

  1. ประเภทที่มีวัตถุดิบอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่รวมน้ำและเกลือ
  2. ประเภทที่มีวัตถุดิบอินทรีย์มากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่รวมน้ำและเกลือ
  3. ประเภทที่มีวัตถุดิบอินทรีย์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่รวมเกลือและน้ำ ระดับนี้มาตรฐาน USDA จะไม่มีป้ายสัญลักษณ์

พวกที่มีวัตถุดิบอินทรีย์ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์จะไม่ได้รับการรับรอง ในแต่ละมาตรฐานต่างๆก็จะมีป้ายสัญลักษณ์รับรองที่ต่างกันไปให้ผู้บริโภคได้รับทราบ และมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไป สุดแท้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะขอมาตรฐานใดเพื่อไปจำหน่ายที่ใด

สบู่ออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางออร์แกนิก ไม่ใช่เครื่องรับประกันว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัย

การได้รับรองตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกของผลิตภัณฑ์จำพวกนี้ ไม่ได้หมายความว่ามีความปลอดภัยกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ออร์แกนิก เนื่องด้วยส่วนประกอบของพืชหลายชนิดเป็นพิษและ อย. ก็ไม่ให้การรับรอง ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและข้อบังคับของ อย. ไม่ใช่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การใช้คำว่าผลิตภัณฑ์อินทรีย์ในสินค้า ยังไม่มีข้อกำหนดหรือกฎหมายใดๆห้ามใช้ บางกลุ่ม บางองค์กร และบางบริษัทก็ยังได้กำหนดมาตรฐานอินทรีย์สาร ของตัวเองขึ้นมา ใช้รับรองกับพวกกลุ่มและหรือขององศ์กรของตัวเอง ผู้บริโภคจำเป็นต้องพิจารณาโดยรอบคอบก่อนจะเชื่อหรือซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆที่แอบอ้าง หรือกล่าวอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ซึ่งอาจจะใช้หลักการง่ายๆคือดูที่ เปอร์เซ็นต์สารอินทรีย์ที่ระบุในส่วนผสม ถ้าเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้มาจากอินทรีย์สาร แต่จะให้ดีก็ต้องได้ตรารับรองจากองค์กรที่มีมาตรฐานสากลดังที่ยกตัวอย่างมาแล้ว

 

ใส่ความเห็น